แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์

บทที่ 14 MLM School การคัดเลือกเครือข่ายมาทำงานอย่างไรให้มั่งคั่ง

มาถึงบทที่ 14 แล้วนะคะ ทีนี้หลายคนคงเริ่มเข้าใจการตลาดแบบดึงดูดกันพอสมควรแล้วนะคะ คราวนี้มาดูวิธีในการเลือกเครือข่ายอย่างไรให้ร่ำรวยกันบ้าง สำคัญนะคะเนี่ย เพราะอย่างแย่ที่สุดก้อคือเลือกเครือข่ายยังไงให้ทำแล้วสำเร็จได้บ้าง อ่ะนะไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่เคยเป็นกัน ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยล้มเหลวมาก่อน ไม่ได้ตังค์ จริงๆก้อได้นะคะ แต่บริหารไม่เป็น ประกอบกับการผลีผลามออกจากงานเลยล้มเหลวช่วงนั้น จนตอนนี้ดิฉันเองเพิ่งมาได้เรียนรู้อย่างมากมายจากคนที่ตั้งใจสอน และให้จริงๆ ดิฉันเลยมาหูตาสว่างและคลิ๊กอะไรบางอย่างเมื่อต้นปี 52 นี่เองค่ะ (Upline ที่แสนดีของดิฉันบอกว่า คนที่ประสพความสำเร็จกับเครือข่ายต้องหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือนขึ้นไปค่ะ!!)

วันนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าถ้าจะเลือกธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองที่อะไรก่อนอะไรหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปีก็ยังเลือกเครือข่ายไม่เป็น แล้วก็ยังล้มเหลวอยู่นั่นละทำไม่สำเร็จสักที หรือบางคนทำได้สำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับหนึ่งใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป โดยที่ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี ทำให้ต้องเริ่มต้นทำงานหนักใหม่อีกเรื่อยๆ จากการเลือกเครือข่ายไม่เป็นนั่นเอง นั่นหมายความว่า หากคุณเลือกเครือข่ายไม่เป็นคุณก็อาจจะหมุนวนมาเริ่มนับหนึ่งอยู่เรื่อยๆ จนไม่ได้เกษียณอย่างที่เค้าคุยไว้เสียที หรือท่านอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!! (อันนี้น่ากลัวค่ะ ขอบอก)

1. เลือกที่วิธีทำธุรกิจ และวิธีทำการตลาดก่อนเลยค่ะ
2. เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้องมองโอกาสเติบโตโดยต้องดูไปที่
-แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน
-มองที่ผลิตภัณฑ์ว่าเป็นอย่างไร
-มองที่ความมั่นคงของตัวบริษัทค่ะ

มาขยายความกันค่ะ

ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด ข้อนี้สำคัญมากที่สุด หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพรางการล่อหลอกจากการที่เค้านำคนที่มีรายได้จำนวนมหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุมก็ถูกเร่งเร้าให้รีบตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้า แล้วเผลอก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น เค้าบอกให้คุณลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า “ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซึ้อสินค้ากับคนอื่นนะ” แล้วคุณเองล่ะ ชอบมั๊ยเวลาเพื่อนฝูงที่ไม่เคยโทรติดต่อกันมานาน โทรมาคุยเรื่องขายของกับคุณ เค้าเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันค่ะ และคุณเองจะทนการถูกปฏิเสธได้มากหรือนานแค่ใหนก่อนหมดไฟและเลิกทำ

ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด สิ่งที่คุณต้องดูก่อนเป็นอย่างแรกเครือข่ายที่คุณจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค

เครือข่ายเซลล์แมนก็คือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีก็คืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดที่สูงมาก นั่นหมายความว่าคุณต้องขายมากนั่นเอง (มาถึงตรงนี้ คุณต้องถามและตอบตัวเองก่อนว่าชอบขายของหรือไม่นะคะ)

แต่สำหรับเครือข่ายผู้บริโภค จะเน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีก็คือถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดจะไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการอยู่แล้วก็อาจจะนำไปขายได้อีกเหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าคุณชอบเครือข่ายประเภทไหน

หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า คนที่มาแนะนำคุณเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน คุณต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าคุณมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนรับรายได้หลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ แต่ถ้าคุณสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหมคะ หรือถ้าหากคุณขายของไม่ออกสักชิ้น และต้องกินเองใช้เองจนหมด คุณจะไม่เจ๊งหรือคะ เพราะถ้าคุณไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายคุณก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า ทำนู่น นี่ นั่นก่อนดีกว่า เพราะคุณกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วในบทความก่อนหน้างัยคะ

และข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วขอย้ำนะคะ ว่าคุณต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการทำแบบนั้นจริงๆเท่านั้นในการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ตามรูปที่เห็น ถ้าคุณไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราก็คือ 99.99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่หมด วันนี้จะขออธิบายให้ฟัง คุณล้างความเข้าใจเก่าของคุณทิ้งไปก่อนนะคะ


-กราฟบอกอะไรเราบ้าง อย่างนี้นะคะ ในตอนที่ธุรกิจเริ่ม จะมีคนเข้าร่วมยังน้อยคนอยู่ ดังนั้นการเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลั่งไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนที่ทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจจะเริ่มเป็นที่รู้จักซึ่งไม่ว่าคุณจะหันซ้ายหันขวา หรือหน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้วหรือว่ารู้จักหมดแล้ว และช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจค่ะ


มาถึงตรงนี้ ทราบมั๊ยคะ ว่าดิฉันกำลังกำลังจะสื่ออะไร ต้องอ่านตอนต่อไปแล้วล่ะค่ะ


และถ้าคุณสนใจที่จะอบรมเพิ่มเติมกับ การมองหาธุรกิจดี การทำงานแบบดึงดูด หรือ Attraction Marketing เพื่อคลายความล้มเหลวในเครือข่ายคุณ รับข้อมูลทาง ออนไลน์ฟรี โดยสามารถกรอกข้อมูลได้ที่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com/ ค่ะ


กุสุมา สาตราภัย
CEO - MLM School Online

วันศุกร์

บทที่ 13 นิทานสนุกๆกับการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing สิ่งที่ Upline ก็ยังไม่รู้ ภาค 2 (ตอนจบ)

มาต่อกันกับนางสาวหวังรวยค่ะ

และแล้ว เมื่อได้เริ่มเรียนรู้งานจากนายเก่งกาจ นางสาวหวังรวย กลับประหลาดใจเมื่อได้พบว่านายเก่งกาจก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่า ที่คนแนะนำท่านเดิมแนะนำ!! สิ่งที่นางสาวหวังรวย ได้พบมากขึ้นก็คือ หลายครั้งเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นายเก่งกาจ ก็จะไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือสักท่าไหร่ "หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างบ่อย งานคงยุ่งมาก" นางสาวหวังรวย พูดกับตัวเอง และตัดสินใจไปหาที่บ้านอันหรูหราของนายเก่งกาจ แล้วก็เลยยิ่งแปลกใจไปใหญ่ “โอ้ว นายเก่งกาจ กำลังไดรฟกอล์ฟ สบายใจเฉิบ มีเพื่อนดูมีสตางค์ และเคยเห็นในองค์กรณ์ นั่งจิบไวน์พูดคุยอย่างมีความสุข” นางสาวหวังรวย ตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เธอเจออยู่ และมีคนสนใจธุรกิจที่เธอต้องการให้นายเก่งกาจ ช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้เธอจะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นายเก่งกาจกลับบอกว่า ให้เธอกลับไปก่อนแล้วกัน และเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เธอกลับออกมาจากบ้านนายเก่งกาจ และเริ่มรู้สึกเสียใจนิดๆ หลังจากนั้นนายเก่งกาจก็ไม่ติดต่อหาเธอตามที่บอกเสียด้วย

เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นางสาวหวังรวยได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านทั้งที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 20 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน (ชวนเก่งนะเนี่ย) แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เพิ่ม และอีกคนเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง (คุ้นๆกันไหมคะ?) หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนต่างก็ทยอยกันกลับ ส่วน 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเธอเลย นักศึกษาทั้ง 2 คนบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้หลังจากนั้น 1 เดือนผ่านไป นายเก่งกาจได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ โดยได้เชิญคนที่เป็นต้นๆสายของธุรกิจของเขาเข้ามาในงานเลี้ยง รวมไปถึงทีมงานติดตัวของเขาเองเข้ามาในงานด้วย นางสาวหวังรวยก็ได้รับเชิญ และเธอก็แปลกใจมาก เพราะได้พบว่าคนที่เธอเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมหนก่อนนั้นก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็นไซด์ไลน์ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของพี่เก่งกาจเขา"....

**เฮ้อ นี่เป็นแค่เรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวกับ บุคคล สถานที่หรือ อะไรก็ตามนะคะนิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้างล่ะ

- คนที่มีรายได้มหาศาลกับเครือข่าย เขาอยู่ในการตลาดดึงดูด ...โดยอัตโนมัติ ทั้งที่ไม่ว่าเขาจะรู้หรือไม่ก็ตาม และที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะพาสำเร็จแน่ๆ (อ้าว นางสาวหวังรวยล่ะ?)

- ข่าวไม่สู้จะดีคือ คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้ทุกคนสำเร็จ (ไม่งั้นนางสาวหวังรวยคงไม่ต้องเข้าไปถามถึงบ้านใช่ไหมคะ)- ข่าวร้ายคือ คนเหล่านั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขา (เน้นค่ะ เน้น)

- ข่าวร้ายกว่า คนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้ (ก้อบอกแล้ว หนูไม่รู้...)

- ข่าวร้ายยิ่งกว่า ธรรมชาติของคน ยิ่งร่ำรวยขึ้น คนจะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้น ทำงานหนักได้น้อยลง ความพยายามลดลง (ไดรฟกอล์ฟ จบไวน์ดีกว่า)

- ข่าวร้ายที่สุด เขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำและเขาไม่เคยทำ และผลักไสให้พยายามในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด (เค้าเคยไปยืนแจกใบปลิวกับคุณมั๊ยเล่า ที่คุณคิดว่าเค้ายุ่งน่ะ)

และ สุดท้าย...

- จงอย่าแค่มองธุรกิจเครือข่ายใดๆ แค่เพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม ไม่ว่าจะได้ยินว่า มีแผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา (ลองนับดูนะคะ ว่ากี่คนที่ได้จากจำนวนผู้ที่ทำธุรกิจเท่าไหร่ เช่น สิบจากหลายหมื่น เท่ากับคุณต้องสร้างเท่าไหร่?) หรือ มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวเองก่อน คนมาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร เราอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้น ก็เยี่ยมเลยค่ะ คุณกำลังพบทางสว่าง แต่ถ้าไม่ ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะล้มเหลว เพราะคุณจะพยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เช่น อันนี้ตัวเองนะคะ ไม่เอาล่ะ ไม่อยากไปแจกใบปลิว เขิน ไม่อยากไปคนเดียว เป็นต้น

ดังนั้น ดิฉันก็ยังขอย้ำกับคุณๆอยู่นั่นเองว่า การตลาดดึงดูดก็คือการตลาดรูปแบบเดียวกันกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เขาไม่รู้ตัวเอง และนั่นหมายถึงคุณเองที่ได้อ่าน blog นี้มาโดยตลอด กำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับธุรกิจกับคุณเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เพราะเหตุผลที่คนอยากร่วมเครือข่ายกับคุณ ก็ต้องเพราะว่าเค้ามั่นใจว่าคุณจะพาให้เขาพบความสำเร็จแน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จล่ะคะ

และถ้าคุณสนใจที่จะอบรมเพิ่มเติมกับ การตลาดแบบ Attraction Marketing ทางออนไลน์แบบฟรีๆ ไม่ต้องไปอบรมตามโรงแรมอย่างนางสาวหวังรวย แจ้งชื่อ อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ของคุณมาได้ที่ ohmandy1@gmail.com นะคะและหากต้องการทราบวิธี การทำเครือข่ายแบบถูกต้อง สามารถเข้ามากรอกข้อมูลซึ่งเราก็จะส่งให้คุณฟรีเช่นกัน ที่ http://stop-failure-mlm.com ค่ะ สามารถติดตาม blog ได้อีกที่ http://kusumamlmexpert.com ด้วยค่ะ