จากบทความที่ผ่านมา หากคุณได้ลองเอาไอเดียไปปรับใช้กับธุรกิจ หรือธุรกิจเครือข่ายของคุณ ดิฉันแน่ในเลยค่ะ ว่าคุณได้พบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่างแรกคือทัศนคติที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นในการทำงานอย่างแน่นอน และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ “ระบบ” ค่ะ คุณจะต้องสร้างระบบของคุณขึ้นมาด้วย
วันนี้เราจะมาเรียนรู้ การสร้างรายชื่อผู้ที่สนใจ หรือที่เค้าเรียกกันว่า ผู้มุ่งหวัง หรือ Prospect นั่นแหละค่ะ ตามแต่องค์กรณ์คุณจะเรียกก็แล้วกัน วิธีการที่เราจะสร้างนั้นในปัจจุบัน (ย้ำ ปัจจุบัน) เราจะมีวิธีใหนได้บ้าง
1. การโฆษณาตามเวปบอร์ดต่างๆ วิธีนี้มีหลายๆคน หลายๆธุรกิจทำกันเป็นวิธีแรกๆเลยก็ว่าได้ แต่นะคะ จำนวนรายชื่อและคุณภาพของรายชื่อที่เข้ามายังต้องอาศัยหลายๆปัจจัยเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความนิยมของเวปนั้น section ที่ลง แต่ว่า....ตอนนี้ข้อเสียได้เกิดขึ้นแล้วค่ะ เพราะการโฆษณาทำนองนี้ กลายเป็นเหมือนขยะในเวปแทน เหมือน junk mail ใน email เรานั่นเองค่ะ เพราะแค่คุณเห็นคำโปรย คุณก็จะผ่านมันไป เพราะใครก็เริ่มรู้สึกเบื่อและรำคาญ ดูกี่เวปๆก็เจอ บางทีไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่คลิ๊กไปก็เจอ น่ารำคาญมั๊ยล่ะ ยังพอใช้ได้แต่ต้องเปลี่ยนวิธีค่ะ
2. การส่งเมล์หาคนสนใจ ไม่ว่าจะจากโปรแกรมดูดเมล์ที่ซื้อมา หรืออะไรก็ตาม หากไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของเมล์ อันนั้นผิดกฏหมายค่ะ ต้องระวัง เพราะ ถือเป็นการ spam mail มีเรื่องเล่าค่ะ มีคนในสายงานคนนึง เค้าใช้วิธีส่งเมล์นี้ แต่เค้าส่งให้เพื่อนนะคะ ย้ำ เพื่อนค่ะ ทีนี้เพื่อนรำคาญ ส่งเรื่องเข้าไป ผลคือ โดนแบนลิงค์ ต้องสมัครทำธุรกิจใหม่ไปเลยเชียว ระวังค่ะ เพราะกระทั่งเปอร์เซ็นต์การตอบรับเองก็น้อยมากๆ ไม่ถึง แม้ครึ่งเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ
3. การ Forwards mail อันนี้ ไม่ใช่ forwards ธุรกิจนะคะ เปลี่ยนเป็นบทความดีๆ หรือความรู้ต่างๆจะดีกว่าค่ะ แล้วให้ link ของคุณพร้อมคำโปรยดีๆอยู่ที่ signature ของ mail คุณแทน
4. การโพสกระทู้ อันนี้คล้ายการทำโฆษณาตามเวปค่ะ แต่ คุณไม่ต้องเสียเงิน วิธีนี้ฟรี ค่ะ ฟรี โดยคุณต้องใช้เวลาในการทำงาน และคุณภาพอาจไม่เท่าการลงโฆษณา
5. การใช้ Google AdWords, Yahoo วิธีนี้จะคุ้มค่ากว่าค่ะ เพราะคุณจะได้คนที่สนใจ คนที่หาอยู่แล้วเข้ามา (เพราะเค้าเป็นคน serach งัยคะ) เค้ามีพื้นฐานความต้องการอยู่แล้ว แต่คุณเองก็ต้องมีความชำนาญ มีความรู้ในการตั้งค่าต่างๆ ใช้ข้อความที่ดึงดูด เพราะวิธีนี้หากลงมือทำโดยขาดความรู้ความชำนาญ ก็จะเสียเงินโดยไม่เกิดผลลัพท์ค่ะ
6. การปั่นเวปของเราให้ติดอันดับต้นๆใน Search Engine วิธีนี้ เมื่อมีคนทำการค้นหา เวปเราจะโชว์ขึ้นมา คล้ายกัยมี่เราโฆษณากับ Google AdWords นั่นแหละค่ะ ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ รายชื่อที่ได้มา เราไม่ได้เสียเงินค่ะ และหากเราติดอันดับต้นๆของการ search หาแล้ว โอกาสที่คนจะหลั่งไหลเข้ามาดูเวปเราก่อนก็จะมีสูงมากค่ะ
7. การโฆษณากับคนที่อยู่ตามห้อง online สาธารณะ เช่น ใน camfrog, msn, skype วิธีนี้ โฆษณาเราจะน่าสนใจมากหากไปเจอคนที่สนใจ ดังนั้น คำโปรยต้องดี แต่ข้อเสียก็มี เพราะหากมีคนไม่พอใจเค้าก็จะใส่กลับมาเหมือนกัน วิธีนี้ใน camfrog ได้ผลสูงทีเดียว
8. การโฆษณากับ youtube : ใน youtube นั้น มีคนเป็นจำนวนมากเข้าไปในเวป แต่มีคนน้อยมากที่ทราบว่าทำการโฆษณาได้
9. การโปรโมทความเป็นมืออาชีพของเราให้เกิดความน่าเชื่อถือใน Social Network ต่างๆ วิธีนี้มีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาและวิธีการที่ไม่ใช่การโฆษณา มิฉะนั้นแล้วคุณเองจะถูกลบออกไปไม่ต่างจาก Junk Mail เพราะเราเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่โฆษณาสินค้าหรือธุรกิจ
หากคุณทำเครือข่ายอยู่แล้ว ลองเอาคำแนะนำนี้ไปลองทำดูตามความถนัดได้ค่ะ แต่อย่าลืมว่าต้องเป็นวิธี Attraction Marketing นะคะ แล้วคุณจะทำได้ทุกข้ออย่างรวดเร็ว ภายหลังจากการที่คุณ Brand ตัวเองแล้ว และเมื่อมีคนเข้ามาในระบบของคุณการทำธุรกิจของคุณก็จะลื่นไหลในทันทีค่ะ
สนใจเข้ารับข้อมูลเพิ่มเดิมเพื่อคลายความล้มเหลวในเครือข่ายคุณ กับการตลาดแบบ Attraction Marketing รับข้อมูลทาง ออนไลน์ฟรี โดยสามารถกรอกข้อมูลได้ที่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com/ ค่ะ
ทำความเข้าใจก่อนเสียเงินลงมือทำธุรกิจเครือข่าย ออนไลน์ต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกทำ และเตรียมพร้อมรับมือกับความสำเจ ไม่ใช้ล้มเหลว
วันพฤหัสบดี
บทที่ 8 การสร้างรายชื่อผู้ที่สนใจ (ผู้มุ่งหวัง)
บทที่ 7 การ Brand ตัวเองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ
ทบทวนกันก่อนนะคะ เรากำลังทำการตลาดแบบดึงดูด หรือ Attraction Marketing โดยการทำให้คนรู้จักเราก่อน จากนั้นก็สร้างความสัมพันธ์คุ้นเคยด้วย Email Marketing และสุดท้าย คุณก็เริ่มโปรโมทความเป็นมืออาชืพขอคุณให้เกิดความเชื่อมั่น
ก่อนอื่นนะคะ คุณต้องทราบด้วยว่าในการทำการตลาดแบบดึงดูดนั้น หากจะให้ได้ผลตอนนี้ (ยุคนี้) คุณควรทำการตลาดกับสังคมออนไลน์ค่ะ ดังนั้นคุณก็ควรใช้ระบบสนับสนุนที่มีอยู่ในสังคมออนไลน์ หรือ Social Network นั่นแหละค่ะ
คืออะไรบ้างเหรอคะ คุณทราบไหมคะ ว่าเวปใหนคนเข้าไปดู TV มากที่สุด youtube ค่ะ และสังคมในอินเตอร์เนตล่ะคะ facebook, hi5, myspace, tagged หรืออีกเยอะเลยค่ะ การ Post webboard ก็ใช่นะคะ
ที่นี้ในการดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจ คุณก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ค่ะ คุณต้องทำตัวให้น่าเชื่อมั่น หรือน่าคบนั่นเอง เมื่อมีคนเห็นว่าคุณน่าคบ น่าทำความรู้จักด้วย มีอะไรบางอย่างคล้ายๆกัน ซึ่งคุณเองก็ต้องทุ่มเทตรงนี้ด้วยนะคะ ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนนั้น คุณเองก็ต้องกล้าโชว์ความเป็นตัวของคุณด้วย อะไรล่ะ รูปภาพคุณงัยคะ ขาดไม่ได้เลย เหมือนเวลาคุณอ่านหนังสือนิยายงัยค่ะ คุณจะเริ่มมีภาพตัวละครต่างๆในนั้น ทีนี้เมื่อคุณแสดงความมีตัวตนของคุณ เค้าเหล่านั้นก็ง่ายที่จะมาทำความรู้จัก ไม่ต้องลังเลมากนัก ว่าเอ คนนี้น่าคบมั๊ย และในการสร้างความสัมพันธ์นี้ จงอย่ากระทำการใดๆที่จะก่อให้เกิดความอึดอัดนะคะ เพราะคนเหล่านั้น จะเขี่ยคุณออกจากสารบบทันทีค่ะ
เช่น คุณเข้าไปที่ระบบ social network ซักตัว เอา Hi5 ได้ แล้วคุณก็ทำการขาย ขาย ขาย หรือโฆษณาธุรกิจของคุณทันที น่ารำคาญมั๊ยคะ ก็เหมือนตอนที่คุณไปไล่ล่าโทรศัพท์นั่นแหละค่ะ ผลก็เหมือนเดิม... ดังนั้น อย่าเชียวค่ะ
เราเปลี่ยนมาเป็นการสร้างความเชื่อมั่น (ว่าคุณคบได้!!) ด้วยการเริ่มต้นโปรโมทความเป็นมืออาชีพกันดีกว่าค่ะ ย้ำ โปรโมทตัวคุณนะคะ ไม่ใช่ธุรกิจ แล้วเราก็ควรเลือกที่จะโปรโมทในสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เค้า สิ่งต่างๆที่มีในระบบ ความสามารถ ความรู้ของคุณ ต้องแบบไม่เกินไปหรือโอ้อวดนะคะ จะเกิดการหมั่นไส้ ไม่น่าเชื่อถือค่ะ ดังนั้นจะให้ได้ผล ก็แสดงหลักฐานได้เลยค่ะ
ขั้นตอนนี้ ต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ และบวกกับความตั้งบใจ ใส่ใจค่ะ และเมื่อขั้นตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลลัพท์มหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอน
ในการเป็นมนุษย์แม่เหล็กของคุณนั้น หากคุณทำเครือข่ายอยู่แล้ว สร้างความสัพพันธ์กับคนในสายงานไว้มากๆนะคะ สิ่งนึงที่คุณได้จากการทำเครือข่าย แน่นอนอยู่แล้วคือการมี Relationship ใหม่ๆ คุณจะได้มีโอกาสพบปะคนต่างสายงานมากมาย นายแพทย์ นักธุรกิจ สถาปนิก เยอะแยะค่ะ เพราะว่าหากวันนึง คุณอาจจะได้เค้ามาเป็นเครือข่ายของคุณแบบไม่ต้องโปรโมทด้วยซ้ำค่ะ และข้อดีของคนเหล่านั้นคือ เค้ามีพื้นฐานการทำธุรกิจอยู่แล้วงัยคะ ทักษะของเค้าจะทำให้ระบบของคุณไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
สนใจการตลาดแบบ Attraction Marketing รับข้อมูลทาง ออนไลน์ฟรี โดยสามารถกรอกข้อมูลได้ที่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com/ ค่ะ
ก่อนอื่นนะคะ คุณต้องทราบด้วยว่าในการทำการตลาดแบบดึงดูดนั้น หากจะให้ได้ผลตอนนี้ (ยุคนี้) คุณควรทำการตลาดกับสังคมออนไลน์ค่ะ ดังนั้นคุณก็ควรใช้ระบบสนับสนุนที่มีอยู่ในสังคมออนไลน์ หรือ Social Network นั่นแหละค่ะ
คืออะไรบ้างเหรอคะ คุณทราบไหมคะ ว่าเวปใหนคนเข้าไปดู TV มากที่สุด youtube ค่ะ และสังคมในอินเตอร์เนตล่ะคะ facebook, hi5, myspace, tagged หรืออีกเยอะเลยค่ะ การ Post webboard ก็ใช่นะคะ
ที่นี้ในการดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจ คุณก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ค่ะ คุณต้องทำตัวให้น่าเชื่อมั่น หรือน่าคบนั่นเอง เมื่อมีคนเห็นว่าคุณน่าคบ น่าทำความรู้จักด้วย มีอะไรบางอย่างคล้ายๆกัน ซึ่งคุณเองก็ต้องทุ่มเทตรงนี้ด้วยนะคะ ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนนั้น คุณเองก็ต้องกล้าโชว์ความเป็นตัวของคุณด้วย อะไรล่ะ รูปภาพคุณงัยคะ ขาดไม่ได้เลย เหมือนเวลาคุณอ่านหนังสือนิยายงัยค่ะ คุณจะเริ่มมีภาพตัวละครต่างๆในนั้น ทีนี้เมื่อคุณแสดงความมีตัวตนของคุณ เค้าเหล่านั้นก็ง่ายที่จะมาทำความรู้จัก ไม่ต้องลังเลมากนัก ว่าเอ คนนี้น่าคบมั๊ย และในการสร้างความสัมพันธ์นี้ จงอย่ากระทำการใดๆที่จะก่อให้เกิดความอึดอัดนะคะ เพราะคนเหล่านั้น จะเขี่ยคุณออกจากสารบบทันทีค่ะ
เช่น คุณเข้าไปที่ระบบ social network ซักตัว เอา Hi5 ได้ แล้วคุณก็ทำการขาย ขาย ขาย หรือโฆษณาธุรกิจของคุณทันที น่ารำคาญมั๊ยคะ ก็เหมือนตอนที่คุณไปไล่ล่าโทรศัพท์นั่นแหละค่ะ ผลก็เหมือนเดิม... ดังนั้น อย่าเชียวค่ะ
เราเปลี่ยนมาเป็นการสร้างความเชื่อมั่น (ว่าคุณคบได้!!) ด้วยการเริ่มต้นโปรโมทความเป็นมืออาชีพกันดีกว่าค่ะ ย้ำ โปรโมทตัวคุณนะคะ ไม่ใช่ธุรกิจ แล้วเราก็ควรเลือกที่จะโปรโมทในสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เค้า สิ่งต่างๆที่มีในระบบ ความสามารถ ความรู้ของคุณ ต้องแบบไม่เกินไปหรือโอ้อวดนะคะ จะเกิดการหมั่นไส้ ไม่น่าเชื่อถือค่ะ ดังนั้นจะให้ได้ผล ก็แสดงหลักฐานได้เลยค่ะ
ขั้นตอนนี้ ต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ และบวกกับความตั้งบใจ ใส่ใจค่ะ และเมื่อขั้นตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลลัพท์มหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอน
ในการเป็นมนุษย์แม่เหล็กของคุณนั้น หากคุณทำเครือข่ายอยู่แล้ว สร้างความสัพพันธ์กับคนในสายงานไว้มากๆนะคะ สิ่งนึงที่คุณได้จากการทำเครือข่าย แน่นอนอยู่แล้วคือการมี Relationship ใหม่ๆ คุณจะได้มีโอกาสพบปะคนต่างสายงานมากมาย นายแพทย์ นักธุรกิจ สถาปนิก เยอะแยะค่ะ เพราะว่าหากวันนึง คุณอาจจะได้เค้ามาเป็นเครือข่ายของคุณแบบไม่ต้องโปรโมทด้วยซ้ำค่ะ และข้อดีของคนเหล่านั้นคือ เค้ามีพื้นฐานการทำธุรกิจอยู่แล้วงัยคะ ทักษะของเค้าจะทำให้ระบบของคุณไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
สนใจการตลาดแบบ Attraction Marketing รับข้อมูลทาง ออนไลน์ฟรี โดยสามารถกรอกข้อมูลได้ที่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com/ ค่ะ
วันพุธ
บทที่ 6 Email Marketing คืออะไร??
จากบทที่แล้ว คุณได้รับทราบแนวทางคร่าวของการสร้างรายชื่อของคุณเองแล้วนะคะ ทีนี้ หลังจากมีรายชื่อแล้วเราควรจะทำอะไรต่อไปล่ะ
จำโฆษณาประกันชีวิตที่เปรียบคนหาประกันเป็นแมลงสาบได้มั๊ยคะ แมลงสาบตัวนั้นเอาตัวไปคลุกคลีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยความเต็มใจด้วยนะ เพราะทัศนคติที่ดีของแมลงสาบตัวนั้น ซึ่งจะคอยไปช่วยยกของแบกของด้วยความสงสารเด็กงัยคะ นั่นหมายความว่าคุณเองต้องมีทัศนคติ หรือมีวิธีสร้างทัศนคติที่ดีด้วย และนี่คือหัวใจต่อมานะคะ เราเรียกกันว่า “การติดตามผล” ค่ะ
ในอดีต การติดตามผลส่วนใหญ่คือการโทรศัพท์ สวัสดีค่ะ ดิฉันคือ ..... มีทั้งแบบดุๆ เด็ดขาด หรือแบบนิ่มๆโน้มน้าวตามแต่จะถนัด ลองนึกภาพตัวคุณนะคะ ทานข้าวอยู่บ้าง ทำงานอยู่บ้าง อยู่กับเจ้านายบ้าง หรือกำลังจะพาลูกเข้านอนบ้าง คุณรู้สึกอย่างไรกับโทรศัพท์เหล่านั้น... ค่ะ รำคาญ เบื่อ แล้วก็ลืมไปเลยว่าคุณนั่นแหละเป็นคนเคยกรอกข้อมูลเข้าไป คนที่โทรเข้ามา แม้จะมีสคริปต์สุดยอดก็แล้วเถอะค่ะ แต่พอไปทำการโทรติดตามผิดเวลาก็ถูกพาลโกรธ เผลอๆโดนด่าด้วย จริงมั๊ยคะ? และแล้วเราก็สูญเสียรายชื่อที่หามาได้ยากลำบากและมีค่า (ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ) นั้นไป
แล้วถ้าเป็นการติดตามผลแบบพร้อมให้ติดตามล่ะคะ .... ยังงัยล่ะ ... จากหัวข้อเรื่องวันนี้งัยคะ Email Marketing ค่ะ เราเองเป็นคนที่เมื่อว่างจึงเช็คเมล์ที่เข้ามา ถูกต้องมั๊ยคะ นั้นหมายความว่า ระบบ Email Marketing ถูกออกแบบมาให้คนที่พร้อมให้ติดตามผล ถูกติดตามค่ะ!! ถูกที่ ถูกเวลากว่ามั๊ยคะ และมีเปอร์เซ็นต์ต่ำมากค่ะที่จะสูญเสีย เพราะเราจะทำกันแบบถูกวิธีค่ะ เป็นการสานความสัมพันธ์ให้เกิดความคุ้นเคยค่ะ
การติดตามผ่าน Email Marketin เป็นการติดตามที่มีประสิทธิภาพ เราเองไม่ต้องวุ่นวายกับการหาที่หลบซ่อนเจ้านายไปโทรศัพท์ เพราะระบบของ Email Marketing จะถูกส่งออกไปโดยอัตโนมัติค่ะ และเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เค้าเหล่านั้นจะเป็นผู้ติดต่อคุณเข้ามาเอง ไม่ว่าจะโทรเข้ามา หรือส่ง Email มาสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
ง่ายกว่าไหมคะ? ช่วยได้มากเลยด้วยสำหรับคุณที่เป็นมือใหม่ เอาเวลาไป Promote ตัวคุณอย่างเดียว ที่เหลือให้ระบบ Email Marketing ติดตามค่ะ และคุณยังสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมในแบบที่ระบบที่คุณสร้างไว้ให้กับเค้าได้เลยเช่นกัน เช่น ดิฉันจะส่ง Blog นี้ให้คุณอ่านค่ะ ถ้าคุณได้รับข้อมูลจากการPromote ของดิฉัน นั่นคือดิฉันกำลัง Brand ตัวเองให้คุณรู้จัก จริงมั๊ยคะ
และยังสามารถทำให้ผู้ที่บังเอิญเพียงสงสัยว่าสิ่งที่คุณ Promote อยู่ในเวป (หรือในทุกวิธีที่คุณสร้างรายชื่อ) คืออะไร เค้าก็จะถูกติดตามผลไปโดยอัตโนมัติค่ะ ลองนึกภาพนี้นะคะ คุณกำลังเบื่อๆ งานเสร็จแล้ว หรืออยากพักสายตา พักสมอง คุณผ่านเข้าไปที่เวปบอร์ด คุณคลิ๊กเข้าไปอ่านเวปที่ดิฉัน Promote ไว้ คุณกรอกข้อมูลและกำลังอ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ มีเหตุต้องทิ้งหน้าจอ เพราะมีกิจอื่นต้องไปทำ คุณปิดเครื่อง.... แล้วถ้าคุณยังอยากรู้ต่อ แต่ไม่ได้จดลิงค์ดิฉันไว้ ... จบกัน...ใช่มั๊ยคะ
แต่ไม่หรอกค่ะ ด้วยระบบที่ Email Marketing ที่ใช้อยู่ รุ่งขึ้นจะมีเมล์จากดิฉันไปทักทายคุณค่ะ!! เป็นการสร้างสัมพันธ์แบบต่อเนื่องเหมือนแมลงสาบตัวนั้นงัยคะ
แต่ระบบ Email Marketing ก็ยังเป็นเพียงการติดตามผลนะคะ หัวใจหลักก็จะยังเป็นคุณค่ะ คุณที่ Brand ตัวเองไว้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะนั่นเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในตัวคุณต่ะ เป็นการความสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นก่อน ก้อแหม... จะมาทำธุรกิจด้วย ต้องใช้อีกหลายปัจจัยนะคะ
แล้วหน้าที่ต่อไปของคุณ ซึ่งเคยรู้สึกว่ายากมากๆในอดีตคือการปิดการขายและรับสมัครคน จะเปลี่ยนไปทันที เพราะด้วยหลักการตลาดแบบดึงดูดนี้ คุณได้ดึงดูดเค้าเหล่านั้นมามากกว่าครึ่งแล้วค่ะ หน้าที่คุณไม่ใช้การโน้มน้าวอย่างที่เคยบอกไว้ จำได้มั๊ยคะ แต่หน้าที่คุณคือการเลือกคนที่ใช่ค่ะ
ใครคือคนที่ใช่ คนที่จริงจังและพร้อมเรียนรู้ในทันทีค่ะ หากคุณดูแล้วว่าเค้ายังไม่จริงจัง ก็ปฏิเสธในการเข้าร่วมกับเราไปได้เลยค่ะ เพราะจะเป็นการเสียเวลาเปล่ากับคนที่ไม่จริงจัง และขอให้สอนการตลาดแบบเดียวกันนี้ให้กับคนที่มาเข้าร่วมกับคุณนะคะ การรับคนเข้ามาให้เยอะๆๆๆๆ ก่อน แล้วสอนงาน เหนื่อยค่ะ เค้าเองก็คาดหวังรายได้ แต่เค้าไม่ทำ เอาแต่พร่ำบ่น เครียดมั๊ยล่ะคะ
เห็นหรือยังค่ะ คุณเปลี่ยนจากผู้ไล่ล่าเป็นผู้ที่ถูกคนตามล่าแล้วค่ะ น่าตื่นเต้นกว่ามั๊ยคะ
บทต่อไปเราจะมาเรียนรู้ การ Brand ตัวเองกันค่ะ ว่าการ Promote ความเป็นมืออาชีพให้คนเชื่อมั่นในตัวเราทำอย่างไรค่ะ
ดูตัวอย่างระบบบางส่วนได้ที่นี่ค่ะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
จำโฆษณาประกันชีวิตที่เปรียบคนหาประกันเป็นแมลงสาบได้มั๊ยคะ แมลงสาบตัวนั้นเอาตัวไปคลุกคลีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยความเต็มใจด้วยนะ เพราะทัศนคติที่ดีของแมลงสาบตัวนั้น ซึ่งจะคอยไปช่วยยกของแบกของด้วยความสงสารเด็กงัยคะ นั่นหมายความว่าคุณเองต้องมีทัศนคติ หรือมีวิธีสร้างทัศนคติที่ดีด้วย และนี่คือหัวใจต่อมานะคะ เราเรียกกันว่า “การติดตามผล” ค่ะ
ในอดีต การติดตามผลส่วนใหญ่คือการโทรศัพท์ สวัสดีค่ะ ดิฉันคือ ..... มีทั้งแบบดุๆ เด็ดขาด หรือแบบนิ่มๆโน้มน้าวตามแต่จะถนัด ลองนึกภาพตัวคุณนะคะ ทานข้าวอยู่บ้าง ทำงานอยู่บ้าง อยู่กับเจ้านายบ้าง หรือกำลังจะพาลูกเข้านอนบ้าง คุณรู้สึกอย่างไรกับโทรศัพท์เหล่านั้น... ค่ะ รำคาญ เบื่อ แล้วก็ลืมไปเลยว่าคุณนั่นแหละเป็นคนเคยกรอกข้อมูลเข้าไป คนที่โทรเข้ามา แม้จะมีสคริปต์สุดยอดก็แล้วเถอะค่ะ แต่พอไปทำการโทรติดตามผิดเวลาก็ถูกพาลโกรธ เผลอๆโดนด่าด้วย จริงมั๊ยคะ? และแล้วเราก็สูญเสียรายชื่อที่หามาได้ยากลำบากและมีค่า (ซื้อมาเท่าไหร่ล่ะ) นั้นไป
แล้วถ้าเป็นการติดตามผลแบบพร้อมให้ติดตามล่ะคะ .... ยังงัยล่ะ ... จากหัวข้อเรื่องวันนี้งัยคะ Email Marketing ค่ะ เราเองเป็นคนที่เมื่อว่างจึงเช็คเมล์ที่เข้ามา ถูกต้องมั๊ยคะ นั้นหมายความว่า ระบบ Email Marketing ถูกออกแบบมาให้คนที่พร้อมให้ติดตามผล ถูกติดตามค่ะ!! ถูกที่ ถูกเวลากว่ามั๊ยคะ และมีเปอร์เซ็นต์ต่ำมากค่ะที่จะสูญเสีย เพราะเราจะทำกันแบบถูกวิธีค่ะ เป็นการสานความสัมพันธ์ให้เกิดความคุ้นเคยค่ะ
การติดตามผ่าน Email Marketin เป็นการติดตามที่มีประสิทธิภาพ เราเองไม่ต้องวุ่นวายกับการหาที่หลบซ่อนเจ้านายไปโทรศัพท์ เพราะระบบของ Email Marketing จะถูกส่งออกไปโดยอัตโนมัติค่ะ และเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง เค้าเหล่านั้นจะเป็นผู้ติดต่อคุณเข้ามาเอง ไม่ว่าจะโทรเข้ามา หรือส่ง Email มาสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
ง่ายกว่าไหมคะ? ช่วยได้มากเลยด้วยสำหรับคุณที่เป็นมือใหม่ เอาเวลาไป Promote ตัวคุณอย่างเดียว ที่เหลือให้ระบบ Email Marketing ติดตามค่ะ และคุณยังสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมในแบบที่ระบบที่คุณสร้างไว้ให้กับเค้าได้เลยเช่นกัน เช่น ดิฉันจะส่ง Blog นี้ให้คุณอ่านค่ะ ถ้าคุณได้รับข้อมูลจากการPromote ของดิฉัน นั่นคือดิฉันกำลัง Brand ตัวเองให้คุณรู้จัก จริงมั๊ยคะ
และยังสามารถทำให้ผู้ที่บังเอิญเพียงสงสัยว่าสิ่งที่คุณ Promote อยู่ในเวป (หรือในทุกวิธีที่คุณสร้างรายชื่อ) คืออะไร เค้าก็จะถูกติดตามผลไปโดยอัตโนมัติค่ะ ลองนึกภาพนี้นะคะ คุณกำลังเบื่อๆ งานเสร็จแล้ว หรืออยากพักสายตา พักสมอง คุณผ่านเข้าไปที่เวปบอร์ด คุณคลิ๊กเข้าไปอ่านเวปที่ดิฉัน Promote ไว้ คุณกรอกข้อมูลและกำลังอ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ มีเหตุต้องทิ้งหน้าจอ เพราะมีกิจอื่นต้องไปทำ คุณปิดเครื่อง.... แล้วถ้าคุณยังอยากรู้ต่อ แต่ไม่ได้จดลิงค์ดิฉันไว้ ... จบกัน...ใช่มั๊ยคะ
แต่ไม่หรอกค่ะ ด้วยระบบที่ Email Marketing ที่ใช้อยู่ รุ่งขึ้นจะมีเมล์จากดิฉันไปทักทายคุณค่ะ!! เป็นการสร้างสัมพันธ์แบบต่อเนื่องเหมือนแมลงสาบตัวนั้นงัยคะ
แต่ระบบ Email Marketing ก็ยังเป็นเพียงการติดตามผลนะคะ หัวใจหลักก็จะยังเป็นคุณค่ะ คุณที่ Brand ตัวเองไว้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะนั่นเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในตัวคุณต่ะ เป็นการความสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นก่อน ก้อแหม... จะมาทำธุรกิจด้วย ต้องใช้อีกหลายปัจจัยนะคะ
แล้วหน้าที่ต่อไปของคุณ ซึ่งเคยรู้สึกว่ายากมากๆในอดีตคือการปิดการขายและรับสมัครคน จะเปลี่ยนไปทันที เพราะด้วยหลักการตลาดแบบดึงดูดนี้ คุณได้ดึงดูดเค้าเหล่านั้นมามากกว่าครึ่งแล้วค่ะ หน้าที่คุณไม่ใช้การโน้มน้าวอย่างที่เคยบอกไว้ จำได้มั๊ยคะ แต่หน้าที่คุณคือการเลือกคนที่ใช่ค่ะ
ใครคือคนที่ใช่ คนที่จริงจังและพร้อมเรียนรู้ในทันทีค่ะ หากคุณดูแล้วว่าเค้ายังไม่จริงจัง ก็ปฏิเสธในการเข้าร่วมกับเราไปได้เลยค่ะ เพราะจะเป็นการเสียเวลาเปล่ากับคนที่ไม่จริงจัง และขอให้สอนการตลาดแบบเดียวกันนี้ให้กับคนที่มาเข้าร่วมกับคุณนะคะ การรับคนเข้ามาให้เยอะๆๆๆๆ ก่อน แล้วสอนงาน เหนื่อยค่ะ เค้าเองก็คาดหวังรายได้ แต่เค้าไม่ทำ เอาแต่พร่ำบ่น เครียดมั๊ยล่ะคะ
เห็นหรือยังค่ะ คุณเปลี่ยนจากผู้ไล่ล่าเป็นผู้ที่ถูกคนตามล่าแล้วค่ะ น่าตื่นเต้นกว่ามั๊ยคะ
บทต่อไปเราจะมาเรียนรู้ การ Brand ตัวเองกันค่ะ ว่าการ Promote ความเป็นมืออาชีพให้คนเชื่อมั่นในตัวเราทำอย่างไรค่ะ
ดูตัวอย่างระบบบางส่วนได้ที่นี่ค่ะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
วันจันทร์
บทที่ 5 มนุษย์แม่เหล็ก!?!
เราก็ได้เรียนรู้กันแล้วว่าข้อดีมากมายในการทำธุรกิจแบบ Attraction Marketing หรือการทำระบบการตลาดแบบดึงดูดในธุรกิจเครือข่ายดีอย่างไรแล้ว สิ่งต่อไปก็คือ วิธีการที่เราจะนำมาใช้อย่างเหมาะสมและให้ได้ผล ทำอย่างไร....
จากบทความก่อนหน้า คุณคงเห็นด้วยแล้วล่ะ ว่า การทำตลาดแบบดึงดูดของเราจะประสพผลเมื่อเราทการโปรโมทการเป็นมืออาชีพของเราด้วย ผลก็คือทำตัวเป็นมนุษย์แม่เหล็กนั่นเอง สร้างตัวเองขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก แนะนำ วิธีการที่สำเร็จผลโดยวิธีการที่ทำได้จริง จนคนรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ หรือเป็น Expert เมื่อเราทำสำเร็จ เราก็เปรียบเสมือน มนุษย์แม่เหล็กนั่นเอง แล้วที่นี้เราก็เลือก ว่าจะดึงดูดอะไรในอดีตนั้น การทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งแรกที่ Upline คุณบอกให้ทำก็คือ การสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังใช่มั๊ยคะ มาเลยค่ะ เข้าห้องประชุมกัน เอ้า เขียนรายชื่อมาเลย ใครไวสุดรับรางวัลไป เป็น Product นั่นแหละ บ้างก็สมุดโน๊ต (เค้าก็ให้คุณไว้ใส่รายชื่ออีกเหมือนกันค่ะ) ทีนี้ เค้าก็จะบอกคุณว่าเริ่มที่คนรู้จักก่อนนะ นึกง่ายๆว่าหากคุณจะแต่งงานเดือนหน้า คุณจะเชิญใครมางานบ้าง หรือดูในโทรศัพท์คุณได้เลยค่ะแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ เวลาคุณติดต่อเค้าเหล่านั้นไป...
ถ้าปรกติโทรหากันประจำอยู่แล้วก็แล้วไปเถอะ เค้าอาจจะงงๆนิดหน่อยว่าเอ..วันนี้มาแปลก พูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย แต่กับคนที่นานๆ คุณจะโทรไป แถมคุณก็ยังอึกๆอักๆอีก ยิ่งกับคนที่เค้ามีทัศนคติไม่ค่อยดีอยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้ ...คุณกำลังจะเสียเค้าไปแล้วค่ะทั้งๆที่คุณรู้สึกว่า เอ..เราก็แค่อยากให้รู้จักสิ่งดีๆที่เรารู้มานี่นาข้อนึงนะคะธุรกิจส่วนใหญ่ที่ให้คุณรีบร้อน list รายชื่อแล้วให้คุณรีบติดต่อนั้น คุณเองทราบทุกเรื่องในสิ่งที่คุณจะเอาไปบอกต่อเค้าหรือยังคะ ...ไม่หรอกค่ะ จริงมั๊ย ต่อให้คุณมี upline ช่วยเหลือ แต่คุณเองต่างหากที่ควรรู้ให้มากที่สุดก่อนเพราะเค้าเป็นคนที่คุณรู้จัก แต่ก็ไม่มีระบบที่คุณจะเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมดได้ในเวลาที่คุณอยากรู้ เลิกงานเย็น กว่าจะป้อนข้าวลูก พาเข้านอน เอ... ก็ว่างพร้อมเรียนตอนหลังสามทุ่มนี่นา.... ไม่ได้ค่ะ! คุณต้องรอให้มีการประชุม พาตัวเองเข้าไป บางครั้งต้องลางาน เปลี่ยนกะ แล้ว จด..จด...จด.. ทีนี้รายชื่อคน 100 คนนั้นกับการรีบร้อนเรียนรู้ รู้บ้างไม่รู้บ้าง ก็แทบจะกลายเป็น 100 คนแรกที่คุณไล่เค้าออกไปจากชิวิตคุณแทน
เรามาดูวิธีอื่นๆกันค่ะ ใช้เงินโฆษณา ใช้เงินซื้อรายชื่อ ไม่ใช่ถูกๆนะคะ แล้วใช่ว่ารายชื่อเหล่านั้นจะใช้ได้ไปซะทั้งหมด มาที่การ spam mail อันนี้ผิดกฎหมาย ต้องระวังค่ะ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา คุณต้องใช้ทั้งเวลา ใช้ทั้งงบประมาณ เหนื่อยกับการโทรศัพท์ติดตามผลครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาหมดไปเรื่อยๆ พร้อมจำนวนเงิน ใหนจะต้องสร้างรายได้ด้วย ไหนจะการประชุมอีกล่ะ เอ....มาถึงบรรทัดนี้ อิสภาพทางด้านเวลาอยู่ตรงใหน หรือเมื่อไหร่จะถึงเวลาคะ
ข่าวดีค่ะ... การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing หมายถึงการที่คุณเป็นมนุษย์แม่เหล็กที่ทำให้รายชื่อของคุณมีความเชื่อมั่นในตัวคุณ แล้วไม่ว่าคุณจะขยับตัวไปทางใหนเขาเหล่านั้นจะตามคุณไปเองค่ะ คุณจะไม่ต้องเสียเวลากับการโฆษณาธุรกิจหลากหลายด้าน เพราะคุณต่างหากที่เค้าควรจะเชื่อมั่น แล้วจึงมองตัวธุรกิจ งานของคุณจึงแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จากการสร้างรายชื่อผู้ที่สนใจธุรกิจนั้นๆ แต่มาเป็นการสร้างรายชื่อของคนที่ต้องการเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจให้สำเร็จ เพราะหากคุณเพียงสมัครเพื่อให้ได้เขาเข้ามาก่อน คุณจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ในการที่เขาเหล่านั้นจะเริ่มต้นทำงานสร้างเครือข่ายไปกับคุณ แต่หากเป็นผู้คนที่คอยติดตามความเป็น Expert ของคุณ เมื่อเขาก้าวเข้ามา นั่นย่อมหมายความว่าเขาเหล่านั้น พร้อมจะเรียนรู้และปฏิบัติจริงไปด้วยค่ะ การสูญเสียคนจึงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำมากในการทำงานเชิงปฏิบัติ เพราะการทำงานในเชิงนี้ เราจะคุยกับผู้ที่สนใจ ไต่ถามกันก่อนถึงเหตุผล อะไร ทำไมเค้าจึงอยากก้าวเข้ามา เห็นมั๊ยคะ เรายิ่งหนี เค้ายิ่งตาม ไม่ใช่เล่นตัวค่ะ แต่เราเป็นฝ่ายหาคนที่ใช่ ไม่ใช่ไล่ล่าใคร
อ่านมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกเปลี่ยนมั๊ยคะ? และคนที่เรารับเข้ามา จะเป็นคนที่มีคุณภาพด้วยค่ะ เราพร้อม เค้าพร้อม ไปด้วยกันค่ะ
ครั้งหน้า มาดูกันนะคะว่า เราจะมีวิธีใดที่จะทำให้เขาเหล่านั้นหาเราเจอค่ะ
ดูตัวอย่างระบบบางส่วนได้ที่นี่ค่ะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
จากบทความก่อนหน้า คุณคงเห็นด้วยแล้วล่ะ ว่า การทำตลาดแบบดึงดูดของเราจะประสพผลเมื่อเราทการโปรโมทการเป็นมืออาชีพของเราด้วย ผลก็คือทำตัวเป็นมนุษย์แม่เหล็กนั่นเอง สร้างตัวเองขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก แนะนำ วิธีการที่สำเร็จผลโดยวิธีการที่ทำได้จริง จนคนรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ หรือเป็น Expert เมื่อเราทำสำเร็จ เราก็เปรียบเสมือน มนุษย์แม่เหล็กนั่นเอง แล้วที่นี้เราก็เลือก ว่าจะดึงดูดอะไรในอดีตนั้น การทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งแรกที่ Upline คุณบอกให้ทำก็คือ การสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังใช่มั๊ยคะ มาเลยค่ะ เข้าห้องประชุมกัน เอ้า เขียนรายชื่อมาเลย ใครไวสุดรับรางวัลไป เป็น Product นั่นแหละ บ้างก็สมุดโน๊ต (เค้าก็ให้คุณไว้ใส่รายชื่ออีกเหมือนกันค่ะ) ทีนี้ เค้าก็จะบอกคุณว่าเริ่มที่คนรู้จักก่อนนะ นึกง่ายๆว่าหากคุณจะแต่งงานเดือนหน้า คุณจะเชิญใครมางานบ้าง หรือดูในโทรศัพท์คุณได้เลยค่ะแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ เวลาคุณติดต่อเค้าเหล่านั้นไป...
ถ้าปรกติโทรหากันประจำอยู่แล้วก็แล้วไปเถอะ เค้าอาจจะงงๆนิดหน่อยว่าเอ..วันนี้มาแปลก พูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย แต่กับคนที่นานๆ คุณจะโทรไป แถมคุณก็ยังอึกๆอักๆอีก ยิ่งกับคนที่เค้ามีทัศนคติไม่ค่อยดีอยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้ ...คุณกำลังจะเสียเค้าไปแล้วค่ะทั้งๆที่คุณรู้สึกว่า เอ..เราก็แค่อยากให้รู้จักสิ่งดีๆที่เรารู้มานี่นาข้อนึงนะคะธุรกิจส่วนใหญ่ที่ให้คุณรีบร้อน list รายชื่อแล้วให้คุณรีบติดต่อนั้น คุณเองทราบทุกเรื่องในสิ่งที่คุณจะเอาไปบอกต่อเค้าหรือยังคะ ...ไม่หรอกค่ะ จริงมั๊ย ต่อให้คุณมี upline ช่วยเหลือ แต่คุณเองต่างหากที่ควรรู้ให้มากที่สุดก่อนเพราะเค้าเป็นคนที่คุณรู้จัก แต่ก็ไม่มีระบบที่คุณจะเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมดได้ในเวลาที่คุณอยากรู้ เลิกงานเย็น กว่าจะป้อนข้าวลูก พาเข้านอน เอ... ก็ว่างพร้อมเรียนตอนหลังสามทุ่มนี่นา.... ไม่ได้ค่ะ! คุณต้องรอให้มีการประชุม พาตัวเองเข้าไป บางครั้งต้องลางาน เปลี่ยนกะ แล้ว จด..จด...จด.. ทีนี้รายชื่อคน 100 คนนั้นกับการรีบร้อนเรียนรู้ รู้บ้างไม่รู้บ้าง ก็แทบจะกลายเป็น 100 คนแรกที่คุณไล่เค้าออกไปจากชิวิตคุณแทน
เรามาดูวิธีอื่นๆกันค่ะ ใช้เงินโฆษณา ใช้เงินซื้อรายชื่อ ไม่ใช่ถูกๆนะคะ แล้วใช่ว่ารายชื่อเหล่านั้นจะใช้ได้ไปซะทั้งหมด มาที่การ spam mail อันนี้ผิดกฎหมาย ต้องระวังค่ะ แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา คุณต้องใช้ทั้งเวลา ใช้ทั้งงบประมาณ เหนื่อยกับการโทรศัพท์ติดตามผลครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาหมดไปเรื่อยๆ พร้อมจำนวนเงิน ใหนจะต้องสร้างรายได้ด้วย ไหนจะการประชุมอีกล่ะ เอ....มาถึงบรรทัดนี้ อิสภาพทางด้านเวลาอยู่ตรงใหน หรือเมื่อไหร่จะถึงเวลาคะ
ข่าวดีค่ะ... การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing หมายถึงการที่คุณเป็นมนุษย์แม่เหล็กที่ทำให้รายชื่อของคุณมีความเชื่อมั่นในตัวคุณ แล้วไม่ว่าคุณจะขยับตัวไปทางใหนเขาเหล่านั้นจะตามคุณไปเองค่ะ คุณจะไม่ต้องเสียเวลากับการโฆษณาธุรกิจหลากหลายด้าน เพราะคุณต่างหากที่เค้าควรจะเชื่อมั่น แล้วจึงมองตัวธุรกิจ งานของคุณจึงแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จากการสร้างรายชื่อผู้ที่สนใจธุรกิจนั้นๆ แต่มาเป็นการสร้างรายชื่อของคนที่ต้องการเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจให้สำเร็จ เพราะหากคุณเพียงสมัครเพื่อให้ได้เขาเข้ามาก่อน คุณจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ในการที่เขาเหล่านั้นจะเริ่มต้นทำงานสร้างเครือข่ายไปกับคุณ แต่หากเป็นผู้คนที่คอยติดตามความเป็น Expert ของคุณ เมื่อเขาก้าวเข้ามา นั่นย่อมหมายความว่าเขาเหล่านั้น พร้อมจะเรียนรู้และปฏิบัติจริงไปด้วยค่ะ การสูญเสียคนจึงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำมากในการทำงานเชิงปฏิบัติ เพราะการทำงานในเชิงนี้ เราจะคุยกับผู้ที่สนใจ ไต่ถามกันก่อนถึงเหตุผล อะไร ทำไมเค้าจึงอยากก้าวเข้ามา เห็นมั๊ยคะ เรายิ่งหนี เค้ายิ่งตาม ไม่ใช่เล่นตัวค่ะ แต่เราเป็นฝ่ายหาคนที่ใช่ ไม่ใช่ไล่ล่าใคร
อ่านมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกเปลี่ยนมั๊ยคะ? และคนที่เรารับเข้ามา จะเป็นคนที่มีคุณภาพด้วยค่ะ เราพร้อม เค้าพร้อม ไปด้วยกันค่ะ
ครั้งหน้า มาดูกันนะคะว่า เราจะมีวิธีใดที่จะทำให้เขาเหล่านั้นหาเราเจอค่ะ
ดูตัวอย่างระบบบางส่วนได้ที่นี่ค่ะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
วันศุกร์
บทที่ 4 Attraction Marketing !?!
Attraction Marketing ชื่อก็บอกแล้วนะคะ ว่าเป็นการทำการตลาดแบบดึงดูด แล้วเราจะดึงดูดอะไรล่ะ... นี่งัยคะ
- การที่คุณจะได้คนหลั่งไหลเข้าเวปของคุณโดยที่คุณไม่เสียเงินทำการโปรโมตกับเวปอะไรเลย
- การที่คุณจะได้คนสนใจมาเข้าร่วมโดยที่คุณไม่ต้องวุ่นวาย กระหน่ำโทรหาใคร เพราะเขาจะวิ่งมาหาคุณเอง
- การที่คุณจะมีคนสมัครโดยไม่ต้องเสียเวลาโน้มน้าวใคร หน้าที่ของคุณคือสมัครเขาเท่านั้น แถมคนเหล่านั้นยังแย่งกันที่จะเป็นต้นสายกับคุณด้วย
- คุณจะถูกเปลี่ยนจากผู้ไล่ล่า (ที่แสนจะไม่ชอบ) มาเป็นผู้ถูกล่า ขอมาทำด้วย
- คุณจะเปลี่ยนบริบทจากการเป็นผู้ถูกปฎิเสธของคนที่คุณไล่ล่า มาเป็นคุณที่จะเป็นผู้คนปฎิเสธคนที่คุณคิดว่าเค้ายังไม่ใช่
แล้วสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงเหรอ?? ถ้ามีจริงก็ดีสิ? คุณกำลังคิดแบบนั้นใช่มั๊ยคะ เพราะคุณเองก็ทั้งเหนื่อยกับการโทรตามจิกคน ท้อกับการถูกปฎิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ข่าวดีก็คือ ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้วค่ะ และจะเป็นแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องทางให้กับคนทำธุรกิจเครือข่ายจริงๆ
จากที่ได้เกริ่นนำมาข้างต้น คุณคงได้เข้าใจไอเดียของการตลาดแบบดึงดูดที่จะเข้ามาแทนรูปแบบการทำตลาดเครือข่ายแบบเดิมๆที่ไล่คนออกจากชีวิตไปแล้วนะคะ
สิ่งสำคัญต่อไปนี้คือวิธีการของระบบการตลาดแบบดึงดูดล่ะค่ะ ซึ่งระบบนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของตัวคุณเองทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนที่สนใจในเครือข่ายที่จะมาเข้าร่วมกับคุณด้วย
ลองดูตัวอย่างนี้นะคะ ถ้าหากคุณกำลังจะทำธุรกิจเครือข่ายสักตัวกับคน 2 ประเภท ที่ทำเครือข่ายอันเดียวกัน คนที่1 มีความเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายเรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์เลย กับอีกคนเป็นคนที่ทำการตลาดเครือข่ายทั่วๆไป ที่ทำตามที่ปรึกษาแนะนำ (ที่มักจะพูดเสมอว่าก็อปปี้ที่ปรึกษา!!)
คุณว่าคุณจะเลือกทำกับใคร แน่ๆใช่ไหมคะว่าคุณจะเลือกทำกับคนที่เป็นปรมาจารย์คนนั้น ซึ่งคนอื่นก็เหมือนกันกับคุณนั่นแหละค่ะ ทุกๆคนจะเลือกทำตามคนที่เขามั่นใจว่าจะนำพาเขาสู่ความสำเร็จ และแทบทุกคนจะเลือกคนเป็นผู้นำเสมอ สองประเด็นนี้คือหัวใจของการตลาดแบบดึงดูด ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่คุณควรสร้าง ไม่ใช่ความเชื่อมั่นในตัวบริษัทหรือแผนการตลาดเพียงอย่างเดียว ความเชื่อมั่นของคนอื่นต่อตัวคุณเองนั้นสำคัญที่สุดค่ะ ดังนั้นหยุด!!!โฆษณาโอกาสทางธุรกิจกันเสียทีเถอะค่ะ เพราะคุณก็จะเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ทำเครือข่ายที่พากันไปทำโฆษณาขยะตามเวปต่างๆ แต่คุณควรต้องมุ่งโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวคุณเอง มุ่งการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เปลี่ยนบริบทของคุณจากการเป็นผู้ล่า ให้เป็นผู้ถูกล่าที่มีคนถวิลหาอยากจะเจอ คราวนี้คุณจะเข้าสู่ระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing แบบเต็มตัว
คราวหน้าเราจะมาเรียนรู้ว่า Attraction Marketing จะเข้ามาเป็นส่วนประกอบอย่างไรในธุรกิจของคุณและมีส่วนไหนบ้างที่จะเสริมธุรกิจของคุณได้
ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่านบทความจนจบนะคะ หวังว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำเครือข่าย หรือแม้แต่ธุรกิจอื่นๆ และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในธุรกิจของคุณเองให้สำเร็จยิ่งขึ้น เปลี่ยนมุมมองของคุณและคนอื่นๆกับธุรกิจเครือข่ายกันเสียใหม่เข้า ดูตัวอย่างระบบ Attraction Marketing บางส่วนได้ที่นี่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
- การที่คุณจะได้คนหลั่งไหลเข้าเวปของคุณโดยที่คุณไม่เสียเงินทำการโปรโมตกับเวปอะไรเลย
- การที่คุณจะได้คนสนใจมาเข้าร่วมโดยที่คุณไม่ต้องวุ่นวาย กระหน่ำโทรหาใคร เพราะเขาจะวิ่งมาหาคุณเอง
- การที่คุณจะมีคนสมัครโดยไม่ต้องเสียเวลาโน้มน้าวใคร หน้าที่ของคุณคือสมัครเขาเท่านั้น แถมคนเหล่านั้นยังแย่งกันที่จะเป็นต้นสายกับคุณด้วย
- คุณจะถูกเปลี่ยนจากผู้ไล่ล่า (ที่แสนจะไม่ชอบ) มาเป็นผู้ถูกล่า ขอมาทำด้วย
- คุณจะเปลี่ยนบริบทจากการเป็นผู้ถูกปฎิเสธของคนที่คุณไล่ล่า มาเป็นคุณที่จะเป็นผู้คนปฎิเสธคนที่คุณคิดว่าเค้ายังไม่ใช่
แล้วสิ่งที่กล่าวมานี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงเหรอ?? ถ้ามีจริงก็ดีสิ? คุณกำลังคิดแบบนั้นใช่มั๊ยคะ เพราะคุณเองก็ทั้งเหนื่อยกับการโทรตามจิกคน ท้อกับการถูกปฎิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ข่าวดีก็คือ ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้วค่ะ และจะเป็นแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องทางให้กับคนทำธุรกิจเครือข่ายจริงๆ
จากที่ได้เกริ่นนำมาข้างต้น คุณคงได้เข้าใจไอเดียของการตลาดแบบดึงดูดที่จะเข้ามาแทนรูปแบบการทำตลาดเครือข่ายแบบเดิมๆที่ไล่คนออกจากชีวิตไปแล้วนะคะ
สิ่งสำคัญต่อไปนี้คือวิธีการของระบบการตลาดแบบดึงดูดล่ะค่ะ ซึ่งระบบนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของตัวคุณเองทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนที่สนใจในเครือข่ายที่จะมาเข้าร่วมกับคุณด้วย
ลองดูตัวอย่างนี้นะคะ ถ้าหากคุณกำลังจะทำธุรกิจเครือข่ายสักตัวกับคน 2 ประเภท ที่ทำเครือข่ายอันเดียวกัน คนที่1 มีความเชี่ยวชาญด้านเครือข่ายเรียกได้ว่าเป็นปรมาจารย์เลย กับอีกคนเป็นคนที่ทำการตลาดเครือข่ายทั่วๆไป ที่ทำตามที่ปรึกษาแนะนำ (ที่มักจะพูดเสมอว่าก็อปปี้ที่ปรึกษา!!)
คุณว่าคุณจะเลือกทำกับใคร แน่ๆใช่ไหมคะว่าคุณจะเลือกทำกับคนที่เป็นปรมาจารย์คนนั้น ซึ่งคนอื่นก็เหมือนกันกับคุณนั่นแหละค่ะ ทุกๆคนจะเลือกทำตามคนที่เขามั่นใจว่าจะนำพาเขาสู่ความสำเร็จ และแทบทุกคนจะเลือกคนเป็นผู้นำเสมอ สองประเด็นนี้คือหัวใจของการตลาดแบบดึงดูด ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่คุณควรสร้าง ไม่ใช่ความเชื่อมั่นในตัวบริษัทหรือแผนการตลาดเพียงอย่างเดียว ความเชื่อมั่นของคนอื่นต่อตัวคุณเองนั้นสำคัญที่สุดค่ะ ดังนั้นหยุด!!!โฆษณาโอกาสทางธุรกิจกันเสียทีเถอะค่ะ เพราะคุณก็จะเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ทำเครือข่ายที่พากันไปทำโฆษณาขยะตามเวปต่างๆ แต่คุณควรต้องมุ่งโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวคุณเอง มุ่งการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เปลี่ยนบริบทของคุณจากการเป็นผู้ล่า ให้เป็นผู้ถูกล่าที่มีคนถวิลหาอยากจะเจอ คราวนี้คุณจะเข้าสู่ระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing แบบเต็มตัว
คราวหน้าเราจะมาเรียนรู้ว่า Attraction Marketing จะเข้ามาเป็นส่วนประกอบอย่างไรในธุรกิจของคุณและมีส่วนไหนบ้างที่จะเสริมธุรกิจของคุณได้
ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่านบทความจนจบนะคะ หวังว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่ทำเครือข่าย หรือแม้แต่ธุรกิจอื่นๆ และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในธุรกิจของคุณเองให้สำเร็จยิ่งขึ้น เปลี่ยนมุมมองของคุณและคนอื่นๆกับธุรกิจเครือข่ายกันเสียใหม่เข้า ดูตัวอย่างระบบ Attraction Marketing บางส่วนได้ที่นี่ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
บทที่ 3 ทำไม (ต่อ) ถึงเครือข่าย
หลังจากทำงานจยอิ่มตัว ประกอบกับมีครอบครัว ลองมาถามตัวเองกันดูว่า สิ่งที่เราๆ ทำกันอยู่ทุกวันนั้น เพื่ออะไร? ยอมรับกันดีกว่า ก้อเพื่อสร้างกระแสเงินสด ไว้ซื้อหา (สนอง)ความต้องการต่างๆ ของเราเองนั่นแหละ
เด็กๆคุณอาจจะอยากได้แค่ตุ๊กตา, รถแข่ง, เกมส์คอมพิวเตอร์ พอคุณโตขึ้นคุณก้อเปลี่ยนมันเป็น โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ คอมพิวเตอร์เจ๋งๆ รถแรงๆ บ้านงามๆ ใช่มั๊ยคะ
ที่นี้ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงและดันตัวเองให้คนรอบๆตัว (เช่นเจ้านาย) เห็นศักยภาพที่ของคุณที่คุณว่าคุณมีนะ มีจริงๆ มีมากมายจนควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและกินเงินเดือนได้ถึงจุดสูงสุดของสิ่งที่คุณทำอยู่ได้ ... ทุกคนหรอกใช่ไหมคะ
ถึงเวลาที่คุณจะมองทางเลือกอื่นบ้างแล้วล่ะ ลองดูในอินเตอร์เนท อุปกรณ์พื้นฐาน(ในยุคนี้) ดุสิคะ มีธุรกิจ ธุรกิจ และธุรกิจมากมายในนั้น ถ้าคุณกระโจนไปเลือกสักตัวแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ก้อเหมือนคุณซื้อลอตเตอรี่ (หวย !!)นั่นแหละ มีไม่กี่เปอร์เซ็นหรอกที่ถูกรางวัล และถ้าคุณยิ่งซื้อมันแบบผลีผลาม ก้อยิ่งยากขึ้นไปอีกที่จะได้เงินรางวัล
ปัญหาพี้นๆของคนทำธุรกิจเครือข่ายคือ ยิ่งทำธุรกิจเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่มีใครอยากคบหาหรือไม่มีใครอยากเข้าใกล้ รู้ไหมว่าปัญหามันเกิดเพราะอะไร?????
-ถ้าเวลาไปเที่ยวเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนมีอยู่คนหนึ่งคุยแต่เรื่องธุรกิจให้เพื่อนฟังคุณจะรู้สึกอย่างไร
-ถ้าเวลาเจอหน้าญาติเมื่อไหร่ เป็นต้องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโอกาสทางธุรกิจกับไปซะทุกครั้ง เป็นคุณๆชอบหรือไม่
-เพื่อนไม่เคยคุยกันมาเป็นปีๆ โทรมาบอกว่ามีผลิตภัณฑ์มาเสนอ หรือมีโอกาสธุรกิจมาเสนอคุณอยากฟังไหม (ก่อนหน้านั้นไปอยู่ไหนมาเนี่ย)
-เปิดหน้าเวปก็เจอแต่โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเต็มไปหมดท่านปิดเวปนั้นทิ้งหรือเปล่าล่ะ มันเยอะเกินไป อ่านไม่ทัน
คราวนี้พอมองเห็นหรือยังคะว่า การทำงานเครือข่ายที่ที่ปรึกษาแนะนำให้คุณทำว่าเวิร์คนักหนา ทั้งลิสต์รายชื่อคนรู้จัก 100 คน แล้วกระหน่ำโทรหา หรือคุยกับทุกคนบนท้องถนน หรือรีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเราทำธุรกิจอยู่มาทำกับเราด่วน แนะนำสิ่งดีๆให้คนใกล้ตัว ใช้ดีแล้วบอกต่อ (คำนี้เขาฮิตกันจัง) ทุ่มเงินลงในเวปเพื่อโปรโมตหรือซื้อรายชื่อมาโทรกันเลย (กี่หมื่นเข้าไปแล้วล่ะ) แจกซีดีด้วย(คุณแหละต้องไปซื้อมาไว้แจก) ทุกอย่างที่กล่าวมากำลังเป็นระบบที่ผลักไสไล่ส่งคนอื่นให้ไปไกลๆจากคุณนั่นแหละ (ก็ทำมาแล้วแหละค่ะ ถึงพูดได้)
ลองมองดูดีๆจะพบว่า เรากำลังทำธุรกิจเครือข่ายที่ต้องการคนเข้ามาร่วมแต่ระบบที่ทำอยู่กลับกำลังกำลังไล่คนหนี....!!!! ใช่มั๊ยคะ
นี่ละค่ะทำไมคนทำเครือข่าย 99% ไม่ประสบความสำเร็จ ได้น้อยกว่าเสีย สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ในการทำธุรกิจคือการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจ A H B C ก็จะกลายเป็นของขวัญในความล้มเหลวต่อไปของท่านคนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ใช้ระบบเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกันมาหรอกจริงมั๊ยคะ ถ้าหากทำอย่างนึงแล้วไม่ดี เราก็ย้าย ไปเจอที่เหมือนๆกันเข้าไปอีก แล้วจะทำอะไรๆที่เป็นแบบเดิมๆกันไปทำไมล่ะ บทต่อไป Attraction Marketing ค่ะ
เข้าดูตัวอย่างระบบนี้ได้ที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
เด็กๆคุณอาจจะอยากได้แค่ตุ๊กตา, รถแข่ง, เกมส์คอมพิวเตอร์ พอคุณโตขึ้นคุณก้อเปลี่ยนมันเป็น โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ คอมพิวเตอร์เจ๋งๆ รถแรงๆ บ้านงามๆ ใช่มั๊ยคะ
ที่นี้ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงและดันตัวเองให้คนรอบๆตัว (เช่นเจ้านาย) เห็นศักยภาพที่ของคุณที่คุณว่าคุณมีนะ มีจริงๆ มีมากมายจนควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและกินเงินเดือนได้ถึงจุดสูงสุดของสิ่งที่คุณทำอยู่ได้ ... ทุกคนหรอกใช่ไหมคะ
ถึงเวลาที่คุณจะมองทางเลือกอื่นบ้างแล้วล่ะ ลองดูในอินเตอร์เนท อุปกรณ์พื้นฐาน(ในยุคนี้) ดุสิคะ มีธุรกิจ ธุรกิจ และธุรกิจมากมายในนั้น ถ้าคุณกระโจนไปเลือกสักตัวแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ก้อเหมือนคุณซื้อลอตเตอรี่ (หวย !!)นั่นแหละ มีไม่กี่เปอร์เซ็นหรอกที่ถูกรางวัล และถ้าคุณยิ่งซื้อมันแบบผลีผลาม ก้อยิ่งยากขึ้นไปอีกที่จะได้เงินรางวัล
ปัญหาพี้นๆของคนทำธุรกิจเครือข่ายคือ ยิ่งทำธุรกิจเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่มีใครอยากคบหาหรือไม่มีใครอยากเข้าใกล้ รู้ไหมว่าปัญหามันเกิดเพราะอะไร?????
-ถ้าเวลาไปเที่ยวเพื่อน ในกลุ่มเพื่อนมีอยู่คนหนึ่งคุยแต่เรื่องธุรกิจให้เพื่อนฟังคุณจะรู้สึกอย่างไร
-ถ้าเวลาเจอหน้าญาติเมื่อไหร่ เป็นต้องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือโอกาสทางธุรกิจกับไปซะทุกครั้ง เป็นคุณๆชอบหรือไม่
-เพื่อนไม่เคยคุยกันมาเป็นปีๆ โทรมาบอกว่ามีผลิตภัณฑ์มาเสนอ หรือมีโอกาสธุรกิจมาเสนอคุณอยากฟังไหม (ก่อนหน้านั้นไปอยู่ไหนมาเนี่ย)
-เปิดหน้าเวปก็เจอแต่โฆษณาโอกาสทางธุรกิจเต็มไปหมดท่านปิดเวปนั้นทิ้งหรือเปล่าล่ะ มันเยอะเกินไป อ่านไม่ทัน
คราวนี้พอมองเห็นหรือยังคะว่า การทำงานเครือข่ายที่ที่ปรึกษาแนะนำให้คุณทำว่าเวิร์คนักหนา ทั้งลิสต์รายชื่อคนรู้จัก 100 คน แล้วกระหน่ำโทรหา หรือคุยกับทุกคนบนท้องถนน หรือรีบโทรไปบอกเพื่อนว่าเราทำธุรกิจอยู่มาทำกับเราด่วน แนะนำสิ่งดีๆให้คนใกล้ตัว ใช้ดีแล้วบอกต่อ (คำนี้เขาฮิตกันจัง) ทุ่มเงินลงในเวปเพื่อโปรโมตหรือซื้อรายชื่อมาโทรกันเลย (กี่หมื่นเข้าไปแล้วล่ะ) แจกซีดีด้วย(คุณแหละต้องไปซื้อมาไว้แจก) ทุกอย่างที่กล่าวมากำลังเป็นระบบที่ผลักไสไล่ส่งคนอื่นให้ไปไกลๆจากคุณนั่นแหละ (ก็ทำมาแล้วแหละค่ะ ถึงพูดได้)
ลองมองดูดีๆจะพบว่า เรากำลังทำธุรกิจเครือข่ายที่ต้องการคนเข้ามาร่วมแต่ระบบที่ทำอยู่กลับกำลังกำลังไล่คนหนี....!!!! ใช่มั๊ยคะ
นี่ละค่ะทำไมคนทำเครือข่าย 99% ไม่ประสบความสำเร็จ ได้น้อยกว่าเสีย สุดท้ายก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ในการทำธุรกิจคือการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ธุรกิจ A H B C ก็จะกลายเป็นของขวัญในความล้มเหลวต่อไปของท่านคนเดียวกัน ทำงานแบบเดียวกัน ใช้ระบบเหมือนๆกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่ต่างกันมาหรอกจริงมั๊ยคะ ถ้าหากทำอย่างนึงแล้วไม่ดี เราก็ย้าย ไปเจอที่เหมือนๆกันเข้าไปอีก แล้วจะทำอะไรๆที่เป็นแบบเดิมๆกันไปทำไมล่ะ บทต่อไป Attraction Marketing ค่ะ
เข้าดูตัวอย่างระบบนี้ได้ที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ http://stop-failure-mlm.com/ หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://kusumamlmexpert.com ค่ะ
วันอังคาร
บทที่ 2 ทำไมเราต้องทำงาน ..งานที่ทำอยู่??
วันนี้มาคุยกันต่อนะคะ หลังจากที่ใช้เวลาดูแลลูกสาวที่ปิดเทอม เตรียมการในวันเปิดเทอมให้เรียบร้อยแล้ว
อย่างที่เกริ่นไว้ว่าทำงานประจำมาเป็นสิบปี แล้วทำไมมาทำเครือข่าย....
คุณๆเคยลองมาคิดมั๊ยคะ งาน หรือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ทำไมเราทำกันอยู่? คำว่าทำไมนี่ถ้าต้องตอบล่ะก็ เป็นรื่องใหญ่เลยเชียว ย้อนกันไปตอนที่ได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ สาเหตุหลักเพราะสอบไม่ติดนั่นแหละค่ะ แล้วพอมาเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ปรากฎว่าปรับตัวไม่ได้ อันนี้คือตัวเองนะคะ เคยเรียนโรงเรียนแบบสาธิตมา เรียนมา 12 ปี โรงเรียนเดียวนี่แหละ เหมือนมีโลกอีกใบ มีความสุขนะคะ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ มีรักกันบ้างทะเลาะกันบ้างตามช่วงวัยนั่นแหละ เป็นบ้านที่สองเลยเชียว
ทีนี้โลกเปลี่ยนไป กว้างขึ้น คนเยอะขึ้น ไม่คุ้นกันเลย ระเบียบ การเรียน แตกต่าง มันงงจนในที่สุดหันมาอ่านข้อสอบเก่าๆเอาแล้วไปสอบ จนกระทั่งดูท่าไม่ดีละ ประกอบกับมีโอกาสจึงไปเรียนต่างประเทศ ทีนี้เรียนอะไรล่ะ เริ่มที่ภาษาก่อน แล้วด้วยความที่ต้องเรียนให้ต่อเนื่อง ก็เลือกที่ง่ายที่สุด (สำหรับเรา)ก่อน ไปเรียนพวกเลขา บัญชี แล้วพอจบ ก็อยากหาประสพการณ์ เลยทำงานต่ออีกสองปี ทีนี้ได้ภาษาและโลกทัศน์จริงๆ เพราะประเทศที่ไปมีหลากเชื้อชาติ
การกลับมาบ้านเกิดหลังจากนั้น การทำงานเริ่มขึ้นที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร โชคดีที่พี่ที่ต่างประเทศคงดูออกว่ามันคงงง เริ่มต้นไม่ถูกแน่ๆ เลยฝากของมาให้ผู้ใหญ่ที่รู้จักซึ่งทำงานโรงแรม นั่นแหละค่ะการทำงานแรกจึงเริ่มขึ้น ทำไมต้องโรงแรม เพราะเป็นสถานที่ๆต้องใช้ภาษาแน่นอน ไม่ว่าคุณจะงงๆมาอย่างไร คุณต้องได้สื่อสารแน่ๆ การทำงานจึงเริ่มต้นจากนั้น โดยมีคำตอบว่า นี่แหละ เริ่มง่ายสุด พูดได้ ฟังออก เรียนระบบ ทำตามขั้นตอน มีปัญหาก้อส่งให้หัวหน้างานจัดการ เรียบร้อย กลับบ้าน ทำงานแบบมีหัวหน้าแก้ปัญหาให้โดยตลอดจนชำนาญ พอมีโอกาสยื่นมาให้เป็นหัวหน้าแผนก ก้ออาศัยความรู้ที่ซึมซับเข้ามา apply เข้าไปเป็นหัวหน้าแผนกบ้าง
ผ่านไปเป็นสิบปีเชียว เคยหลุดไปนอกวงจรไปทำบริษัทนำเข้าเสื้อผ้าไฮโซ ค่ะ ไฮโซไป แค่ 9 เดือน กลับมาทำงานโรงแรมดีกว่า
ทีนี้อ่านมาจนมาถึงบรรทัดนี้ รู้มั๊ยคะว่าทำไมเราทำ(งาน)ที่ทำๆกันอยู่ ...ตอบแบบง่ายๆ ก็ง่ายๆแหละค่ะ มันง่าย ที่ง่ายก็เพราะเราถนัด ความถนัดเกิดขึ้นตั้งแต่เราทำงานแรกแล้ว....มันใช่ เราเลยทำมันมาตลอดพร้อมการเรียนรู้ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น จริงมั๊ยคะ....
อย่างที่เกริ่นไว้ว่าทำงานประจำมาเป็นสิบปี แล้วทำไมมาทำเครือข่าย....
คุณๆเคยลองมาคิดมั๊ยคะ งาน หรือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ทำไมเราทำกันอยู่? คำว่าทำไมนี่ถ้าต้องตอบล่ะก็ เป็นรื่องใหญ่เลยเชียว ย้อนกันไปตอนที่ได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ สาเหตุหลักเพราะสอบไม่ติดนั่นแหละค่ะ แล้วพอมาเรียนมหาวิทยาลัยเปิด ปรากฎว่าปรับตัวไม่ได้ อันนี้คือตัวเองนะคะ เคยเรียนโรงเรียนแบบสาธิตมา เรียนมา 12 ปี โรงเรียนเดียวนี่แหละ เหมือนมีโลกอีกใบ มีความสุขนะคะ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ มีรักกันบ้างทะเลาะกันบ้างตามช่วงวัยนั่นแหละ เป็นบ้านที่สองเลยเชียว
ทีนี้โลกเปลี่ยนไป กว้างขึ้น คนเยอะขึ้น ไม่คุ้นกันเลย ระเบียบ การเรียน แตกต่าง มันงงจนในที่สุดหันมาอ่านข้อสอบเก่าๆเอาแล้วไปสอบ จนกระทั่งดูท่าไม่ดีละ ประกอบกับมีโอกาสจึงไปเรียนต่างประเทศ ทีนี้เรียนอะไรล่ะ เริ่มที่ภาษาก่อน แล้วด้วยความที่ต้องเรียนให้ต่อเนื่อง ก็เลือกที่ง่ายที่สุด (สำหรับเรา)ก่อน ไปเรียนพวกเลขา บัญชี แล้วพอจบ ก็อยากหาประสพการณ์ เลยทำงานต่ออีกสองปี ทีนี้ได้ภาษาและโลกทัศน์จริงๆ เพราะประเทศที่ไปมีหลากเชื้อชาติ
การกลับมาบ้านเกิดหลังจากนั้น การทำงานเริ่มขึ้นที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร โชคดีที่พี่ที่ต่างประเทศคงดูออกว่ามันคงงง เริ่มต้นไม่ถูกแน่ๆ เลยฝากของมาให้ผู้ใหญ่ที่รู้จักซึ่งทำงานโรงแรม นั่นแหละค่ะการทำงานแรกจึงเริ่มขึ้น ทำไมต้องโรงแรม เพราะเป็นสถานที่ๆต้องใช้ภาษาแน่นอน ไม่ว่าคุณจะงงๆมาอย่างไร คุณต้องได้สื่อสารแน่ๆ การทำงานจึงเริ่มต้นจากนั้น โดยมีคำตอบว่า นี่แหละ เริ่มง่ายสุด พูดได้ ฟังออก เรียนระบบ ทำตามขั้นตอน มีปัญหาก้อส่งให้หัวหน้างานจัดการ เรียบร้อย กลับบ้าน ทำงานแบบมีหัวหน้าแก้ปัญหาให้โดยตลอดจนชำนาญ พอมีโอกาสยื่นมาให้เป็นหัวหน้าแผนก ก้ออาศัยความรู้ที่ซึมซับเข้ามา apply เข้าไปเป็นหัวหน้าแผนกบ้าง
ผ่านไปเป็นสิบปีเชียว เคยหลุดไปนอกวงจรไปทำบริษัทนำเข้าเสื้อผ้าไฮโซ ค่ะ ไฮโซไป แค่ 9 เดือน กลับมาทำงานโรงแรมดีกว่า
ทีนี้อ่านมาจนมาถึงบรรทัดนี้ รู้มั๊ยคะว่าทำไมเราทำ(งาน)ที่ทำๆกันอยู่ ...ตอบแบบง่ายๆ ก็ง่ายๆแหละค่ะ มันง่าย ที่ง่ายก็เพราะเราถนัด ความถนัดเกิดขึ้นตั้งแต่เราทำงานแรกแล้ว....มันใช่ เราเลยทำมันมาตลอดพร้อมการเรียนรู้ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น จริงมั๊ยคะ....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)